Profiel van Mui Mui~ nOo MuI ~Foto'sWeblogLijstenMeer Extra Help

Weblog


    08 januari

    :: คำคืนที่เหน็บหนาว ::

    ::                                                                                                                                                                                                                                                                                                                              ::
     
         คืนวันที่ 1 ม.ค. 2551 หลังจากที่กลับบ้านเพื่อฉลองวันปีใหม่แล้ว เราก็ได้เดินทางกลับเข้าเมืองหลวงกัน
     
    ในคืนวันนั้น เวลา 21.30 น.  กะจะนอนบนรถทัวร์ให้เต็มอิ่มเพื่อที่วันรุ่งขึ้นเมื่อถึงกรุงเทพฯ  จะได้ไปทำงานด้วยความสดชื่น 
     
     แต่คืนวันเดี่ยวกันนี้ เป็นคืนที่รู้สึกว่าหนาวที่สุดคืนหนึ่งก็ว่าได้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ยิ่งดึกก็ยิ่งหนาว ไม่ใช่หนาวเพราะแอร์บนรถทัวร์
     
    แต่มันรู้สึกหนาวใจ กะจะนอนหลับให้สบายก็ต้องหลับๆ ตื่นๆ มันหวิวๆ ยังไงบอกไม่ถูก แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากมาย คิดแค่ขอให้คนขับรถขับดีดีระมัดระวังเป็นพอ
     
    จนกระทังเมื่อรถถึงสถานีขนส่งหมอชิตใหม่รุ่งเช้าวันที่ 2 ม.ค. 2551เมื่อเวลาประมาณ ตี 5 ครึ่ง เรากับน้อง ก็หาทางที่จะกลับห้องพัก
     
    แต่รุ่งเช้าวันนั้น อะไรๆ มันดูไม่ได้ดั่งใจไปหมด รถ taxi ไม่มีเข้ามารอรับผู้โดยสารสักคัน รอแล้วรอเล่าก็ไม่มี (คนเยอะด้วยแหละ แย่งกันขึ้นยังกะของมีค่าซะ)
     
    ในที่สุดก็ชวนกันไปขึ้นรถเมย์ เดินลากกระเป๋าหนักๆ 2 ใบไปที่ท่าขึ้นรถเมย์
     
    ไปถึงรถสายที่เราจะขึ้นก็เข้ามาพอดีจึงได้ขึ้นไปนั่ง แล้วก็ฟังวิทยุที่ทางพนักงานขับรถเปิดไว้ให้ฟังฟังไปเรื่อยๆ ก็เข้าสู่ช่วงข่าวภาคเช้า (คงประมาณ 6 โมงเช้าแล้วหล่ะ)
     
    ข่าวร้ายแรงที่ได้ยิน เป็นข่าว ประกาศจากสำนังพระราชวัง ในใจเราคิดว่าคงเป็นข่าวอาการประชวรของพระพี่นาง ที่ทางสำนักพระราชวังมีประกาศออกมาทุกๆ วัน
     
    แต่ก็เอ๊ะใจว่าทำไมถึงได้มีประกาศแต่เช้าตรู แต่ข่าวประกาศกลับกลายเป็นข่าวที่คนไทยทั้งชาติ ไม่อยากที่จะได้รับฟังเลย...
     
    ...............................................................................................................................
     
    ประกาศสำนังพระราชวัง เรื่องสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สิ้นพระชนม์
           
           สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้เสด็จประทับรักษาพระอาการประชวร ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ
    โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2550 ตามที่สำนักพระราชวังได้แถลงให้ทราบเป็นระยะแล้วนั้น
           
           แม้คณะแพทย์ได้ถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดจนสุดความสามารถ พระอาการประชวรได้ทรุดลงตามลำดับ
    และสิ้นพระชนม์เมื่อเวลา 02.54 น. วันที่ 2 มกราคม 2551 รวมพระชันษา 84 ปี
           
           พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สำนักพระราชวังจัดการพระศพ
    ถวายพระเกียรติสูงสุดตามราชประเพณี ประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
           
           ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าทูลละอองธุลีพระบาทในราชสำนักไว้ทุกข์ถวายมีกำหนด 100 วัน ตั้งแต่วันสิ้นพระชนม์เป็นต้นไป
          อนึ่ง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายน้ำสรงพระศพหน้าพระฉายาลักษณ์
    ซึ่งประดิษฐาน ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 13.00-16.00 น. วันพุธที่ 2 ม.ค.2551
           
           สำนักพระราชวัง
           
           2 มกราคม พุทธศักราช 2551
     
    ........................................................................................................................................
     
    เช้าวันนั้นจะเป็นเช้าที่ไม่สามารถลืมได้ไปตลอดชีวิตของเรา เป็นเช้าที่เศร้าใจที่สุด แม้อากาศจะหนาวเย็นแค่ไหน ก็ไม่เท่าข้างในใจที่รู้สึกหนาวเหน็บยิ่งกว่า
     
    แล้วก็นั่งเงียบไปตลอดทาง ไม่กล้าที่จะร้องไห้ออกมา นั่นสิ ทำไมถึงไม่กล้าที่จะร้องไห้ออกมา แต่เมื่อกลับถึงห้องตอนอาบน้ำเปลี่ยนชุด
     
    ก็ร้องเงียบๆ คนเดียว แล้วก็ทำใจยอมรับว่า พระองค์ทรงสิ้นพระชนแล้วจริงๆ ไม่ใช่ฝัน แล้วต่อแต่นี้ไป จะเป็นอย่างไร คนที่เราคิดถึงมากที่สุด
     
    คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์จะทรงเป็นอย่างไร เราซึ่งเป็นประชาชนของพระองค์ยังรู้สึกเศร้าขนาดนี้
     
    แล้วพระองค์หล่ะ จะทรงเศร้าพระทัยขนาดไหน เพราะทั้งสองพระองค์เท่าที่รู้ทรงเป็นพี่น้องที่รักกันสนิทกันมาก 
     
    และก็ได้แต่ภาวนาให้พระองค์ทรงเข็มแข็ง...ขอให้ดวงพระวิญญาณของ สมเด็จพระพี่นางฯ ทรงช่วยคุ้มครอง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
     
    รวมทั้งพระสยามเทวาธิราช เราทำได้เท่านี้ ณ เวลานั้น
     
    * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
     
     
                                                                                                                            ...เชิญเสด็จสู่สถานวิมานฟ้า...
     
                                                                                           พระจากฟ้าเสด็จมายังพื้นโลก                    ดับวิปโยคร้อนรนชนประสงค์
                                                                                 ราชขัติยนารีจักรีวงศ์                                           เจริญพระองค์งามยิ่งพระจริยา   
                                                                                 บัดนี้พระเสด็จคืนสู่แดนสรวง                               ครรไล่ล่วงแดนดาวดึงส์ไตรตรึงสา
                                                                                 ทั้งแผ่นดินเทวษท้นพ้นพรรณนา                          ชาวประชาจะหม่นเศร้าเหงาเงียบงัน
                                                                                 เชิญเสด็จสู่สถานวิมานฟ้า                                    ขอพระสู่มรรคาแดนสวรรค์
                                                                                 เสวยสุขศรีพิมานกาญจนพรรณ                             พระสถิตสรวงนั้นนิรันดร์เทอญ..
     
     
                                                                                                                                                                                              จาก...www.hrh84yrs.org
     
     
     
     
                                               
    ::                                                                                                                                                                                                                                                                                                                             ::
    12 oktober

    วันนี้ เราทำอะไรเพื่อ "ในหลวง" หรือยัง?

     
    "บัญเอิญไปเจอข้อความจาก website เลยอยากเอามาเผยแพร่ เผื่อว่าบางคนยังไม่เคยอ่าน"
    อ่านแล้วอยากให้ลองคิดดูค่ะ
     
     
    ที่ผ่านมา ข่าว คนไทย ใส่ เสื้อเหลือง สวม สายรัดข้อมือ เพื่อแสดงความจงรักภักดีแด่ ในหลวง พระเจ้าอยู่หัว
    ขณะเดียวกัน เราเรียกร้อง ประชาธิปไตย เรากำลังฆ่ากันเองทุกวัน เราสร้าง กฎ หมู่เหนือ กฎหมาย เราแตกแยกกัน
    แต่เคยหยุดคิดกันบ้างไหมว่า พ่อหลวง พระมหากษัตริย์ จะทรงเสียพระทัยเพียงใด กษัตริย์ แห่ง ราชวงศ์จักรี จะทรงเหนื่อยเพียงใด



    ในหลวง

    พสกนิกร


              หนึ่งปีที่ผ่านมา...... 

              เรา .. ใส่เสื้อเหลือง 
              เรา .. ใส่สายรัดข้อมือสีเหลือง 
              ... คนนับแสนไปนั่งรอเป็นชั่วโมงๆ หน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม .. เพียงเพื่อจะได้เห็นพระพักตร์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพียงไม่กี่นาที 
      
              วันนั้น ... 

              ในขณะที่ทั้งโลกเริ่มเสื่อมศรัทธาในระบบการปกครองโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ..

    เราได้แสดงให้โลกได้เห็นว่ามีประเทศเล็กๆ ประเทศหนึ่ง .. ที่คนทั้งชาติยังซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อราชวงศ์จักรีและพระมหากษัตริย์อันทรงเป็นที่รักยิ่งของคนไทย

              สิบสองปีที่ผ่านมา...... 

              พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรหนักด้วยโรคหัวใจ .. เพราะทรงงานหนักเกินไป 

              ในขณะเดียวกัน .. สมเด็จพระราชชนนีก็ทรงพระประชวรหนักอยู่ ณ โรงพยาบาลศิริราชเช่นกัน

              เรายังจำรูปในหนังสือพิมพ์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมพระราชชนนีไม่กี่วันหลังจากการผ่าตัดใหญ่ถวาย

    ..พระหัตถ์ข้างหนึ่งกุมอยู่ที่พระอุระและในพระหัตถ์อีกข้างหนึ่งทรงถือม้วนแผนที่กรุงเทพฯ เพราะน้ำกำลังท่วมกรุงอยู่

              ยังจำกันได้ไหม ?

              34 ปีที่ผ่านมา..... 

              วันที่  14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 เป็นครั้งแรกในรัชกาลที่เกิดวิกฤติด้านการเมืองรุนแรงที่สุด วันนั้น .. นิสิตนักศึกษาและประชาชนนับหมื่นนับแสนเดินขบวนประท้วงรัฐบาล 

              เหตุการณ์ร้ายแรงยิ่งขึ้น ตำรวจทหารยิงประชาชน ในขณะที่นิสิตนักศึกษาก็เผาสถานที่ราชการ เกิดกลียุคทุกหย่อมหญ้า คนไทยฆ่าคนไทยด้วยกันเอง

              คืนนั้น สถานีโทรทัศน์ทุกช่องถ่ายทอดสดจากพระราชวังสวนจิตรลดา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสกันคนไทยทุกคนว่า

     “ คนไทยจะฆ่าคนไทยด้วยกันไม่ได้ ทุกอย่างต้องสงบโดยฉับพลัน ” 
      
              และทุกอย่างก็สงบโดยฉับพลัน  



              ... หลังจากนั้นไม่นาน มีฝรั่งคนหนึ่งมาถามผมว่า “ เป็นไปได้อย่างไร ที่คนๆ เดียวจะมีอำนาจเหนือคนทั้งประเทศได้อย่างนั้น ?”

              ... ผมไม่ได้ตอบ .. แต่ตอนนั้นใจผมคิดถึงประโยคที่ มรว. คึกฤทธิ์ ปราโมชฯ ได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์  BBC ว่าพระองค์ทรงเป็น 

     "SOUL OF THE NATION"   หรือ “ จิตวิญญาณของคนไทยทั้งชาติ ” 
      
              ยังจำกันได้ ไหม ?  



              แล้ววันนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่ ? 

              เรา.. สร้างค่านิยมผิดๆ ว่าคนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่มีเงินมากที่สุดเรา .. โกงทุกครั้งที่มีโอกาส 

              เรา .. เรียกร้องประชาธิปไตยโดยคิดถึงแต่ “ สิทธิ ” แต่ลืมคำว่า “ หน้าที่ ” 

              เรา .. กำลังฆ่ากันเองทุกวันในภาคใต้ 

              เรา .. สร้าง “ กฎหมู่ ” ให้เหนือ “ กฎหมาย ” 

              เรา .. เดินขบวนประท้วงในทุกอย่างที่เราไม่เห็นด้วย 

              เรา .. ก้าวร้าวต่อกัน เราแตกแยกกัน 

              .. และทั้งโลกกำลังจับตามองเราอยู่ 
              .. เราเคยหยุดคิดกันบ้างไหมว่า 
              พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา .. จะทรงเสียพระทัยเพียงใด ? 

                                  ......................................................

              80 ชันษาของพระองค์ท่าน 

              หากเปรียบกับคนธรรมดาก็สมควรที่จะได้พักเต็มที่ ได้รับการดูแลและระมัดระวังเป็นพิเศษ ไ

    ม่สมควรที่จะตรากตรำทำงานหนัก หรือกระทบกระเทือนใจแต่อย่างใด

              แต่กลับเป็นว่า ในปีที่ครบ 80 ชันษาของพระองค์ ท่านยังต้องทรงงานอยู่ตลอดเวลา

    ทั้งๆ ที่ทรงต้องอยู่ภายใต้การถวายการดูแลของคณะแพทย์ พระองค์ต้องรับทุกข์ของคนไทยทั้งชาติ

              ความสุขของพระมหากษัตริย์พระองค์นี้ 

              .. ไม่ใช่จะประทับอยู่ในพระราชวังใหญ่โตสวยงาม แห่ล้อมด้วยข้าราชบริพาร

              หากแต่ความสุขของพระมหากษัตริย์พระองค์นี้คือ 

              .. เมื่อประชาชนของพระองค์ท่านรักสามัคคีกัน .. รู้จักความพอเพียงและมีสติ .. เพียงเท่านี้เอง

              แล้ววันนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่ ?

              หรือนี่คือการแสดงความกตัญูกตเวทีต่อพระมหากษัตริย์ของเรา ? 

    .............................................................................................................................................................................................

    31 augustus

    เข้มแข็งเข้าไว้นะ

     
     
     
    "ขอเป็นกำลังใจ ให้เธอ ไม่ว่าจะเวลาไหนก็ตาม"
     

    เข้มแข็งเข้าไว้
    ยิ้มสู้ให้ได้ที่ตรงนี้

    21 juni

    Impacto_Daddy Yankee Ft. Fergie

    Impacto (remix) - Daddy Yankee Ft. Fergie
     
    Add to My Profile | More Videos
    24 april

    >>.:.ความรัก รึความผูกพัน.:.<<

    แจง

    jhaeng

    ...วันนี้คุณอาจรู้สึกผูกพันต่อใครคนหนึ่ง หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จนคิดว่าขาดเขาหรือสิ่งนั้นไม่ได้

    แต่เมื่อเวลาผ่านไป คุณจะรู้ว่าสิ่งที่รู้สึกผูกพันในวันนี้ ที่แท้มันก็แค่ส่วนหนึ่งที่เข้ามาเติมชีวิตชีวาเรา

    ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต

    jhaeng

    ในวันข้างหน้า เกิดมีสิ่งที่ถูกใจสิ่งใหม่ที่ทำคุณพึงพอใจ ปราถนา ต้องการที่จะครอบครอง

    คุณก็จะเริ่มผูกพันกับสิ่งหใม่ได้ในเวลาไม่นานนัก เพราะเวลาจะสอนคุณเองว่าความผูกพันกับสิ่งใดๆ ในช่วงเวลาหนึ่ง

    จะเป็นความสุขในช่วงนั้นๆ พยายามอย่าไปยึดติด อย่าได้ไปใช้ชีวิตทั้งชีวิตลุ่มหลง แต่ขอให้คุณคิดเสียว่า

    คุณโชคดี ที่มีโอกาสได้ผูกพันกับสิ่งที่คุณ "รัก" j

    ความผูกพันก็เหมือนกับความรัก หรืออาจจะเป็นความผูกพันที่มาจากความรัก

    หากคุณรักใครคนหนึ่งมากๆ จนรู้สึกเหมือนว่าผูกพันกับคนๆ นั้น ซึ่งความผูกพันที่ว่า

    ไม่ได้หมายถึงการหยุดตัวเองไว้กับสิ่งนั้นๆ เพราะคนเราทุกคนย่อมมีความผูกพันกับสิ่งหลายๆ สิ่ง

    เปรียบเสมือน คุณมีแก้วน้ำอยู่หนึ่งใบ ตอนเช้าคุณอาจใช้แก้วใบนี้ดื่มนม

    พออากาศร้อนหน่อย คุณอาจต้องการน้ำเย็นๆ บางครั้งไม่สบาย คุณก็ต้องการน้ำอุ่น

    ใจคนเราก็เหมือนกับแก้วน้ำ ที่ต้องเติมสิ่งต่างๆ ในเวลาที่แตกต่างกันตามความเหมาะสม

    หากเราเติมน้ำเย็นลงไปในแก้ว แล้วเติมน้ำร้อนลงไปในแก้วใบเดียวกันทันที แก้วใบนั้นก็จะร้าว

    และในที่สุดก็เริ่มแตก การที่คนเราจะรู้สึกผูกพันต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องผิด

    แต่คุณต้องค่อยๆ ปรับตัว ปรับใจของคุณ ให้กลับคืนในเวลาที่ควร เพราะอย่างน้อยก็ถือว่า คุณได้มีโอกาสได้รักได้ผูกพัน

    ถ้าคุณมีความสุขที่เห็นเขาเดินกับคนอื่น คือ

    ความรัก

    ถ้าคุณเศร้า เหงา คิดถึงเขา อยากเจอ อยากพูดคุย คือ ความรัก

    ถ้าคุณร้อนรนที่เขาอยู่กับใครๆ ที่ไม่ใช่คุณ คือ

    ความใคร่ อยากเก็บไว้เป็นเจ้าของคนเดียว

    ถ้าคุณเมามาย เขาลูบหลัง คอยดูแล คือ

    ความรักที่บริสุทธิ์ใจ

    ถ้าคุณเมา เขากอด และสัมผัสร่างกาย คือ

    ความใคร่

    ถ้าคุณเข้าหาแต่เขาวิ่งหนี คือ

    ความใคร่ ที่หมดเยื่อใย

    แต่ถ้าคุณหนี แล้วเขาวิ่งตามมา คือ

    ความรัก ที่ยังไม่มีจุดจบ

    ถ้าคุณร้องไห้ให้กับคนที่ไม่มีเยื่อใยในตัวคุณ

    คุณคือ คนโง่ และบ้าอย่างน่าอาย

    แต่ถ้าคุณพอใจ จงรัก และมอบความรักให้กับเขา

    แม้มันจะไม่กลับมาหาคุณก็ตาม

    l

    จงดีใจที่ได้ รัก ซะวันนี้ ดีกว่าที่จะมานั่งเสียใจในวันหน้า

    จงภูมิใจที่มีความใคร่ เสน่หา เพราะมันจะไม่ย้อนกลับมาหาอีกต่อไป

    02 maart

    *** สิ่งมีค่าสำหรับใครหลายคน ***

     
    "สิ่งมีค่าสำหรับใครหลายคน"
     

                   บ่อยครั้งที่คนเรามักไม่พอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่

     จนมักเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ทำให้มองข้ามหลายสิ่งหลายอย่างไป

    สิ่งไหนที่คุณเคยคิดว่าไม่มีค่า สำหรับใครอีกหลายคนมันอาจมีค่าก็ได้...

                ... แม้เราจะไม่มีเงินมากเท่าเขา แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องจน

    แม้ไม่ได้สวย หล่อเท่าเขา นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะขี้เหร่

    แม้ไม่ได้เก่ง ฉลาดเท่าเขา ก็ไม่ได้หมายความว่าเราต้องโง่

    แม้เราไม่ได้ในสิ่งที่เขามี นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเราขาด

    สุดท้ายถ้าเราไม่ทุกข์ร้อน ไม่กังวล ไม่อิจฉา

    นั่นแสดงว่าเราได้ในสิ่งที่ต้องการมาครบแล้ว...

    ...มนุษย์เรานั้นมีเพียงหนึ่งร่างกาย กับอีกหนึ่งลมหายใจ

    อะไรที่ทำแล้วตัวเองมีความสุขก็ให้รีบทำไปเถอะ ถือซะว่าได้ให้รางวัลแก่ชีวิต

    บางทีการที่เราขีดเส้นแล้วเดินให้ตรงตามนั้น มันอาจเป็นการบั่นทอนชีวิตตัวเองให้สั้นลงโดยที่เราไม่รู้ตัวก็ได้...

    ...จะว่าไปคนเรานี่ก็แปลกดีเหมือนกัน บางคนยอมทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง

                          เพียงเพราะคำว่า “รัก”                         

    บางคนยอมศรัทธา ก็เพียงเพราะรักอีกเช่นกัน

    แต่คุณเคยคิดไหมว่าสักวันหนึ่ง เมื่อความรักกลายเป็นความเกลียดชัง คุณจะยังรักและศรัทธาเขาคนนั้นอยู่หรือเปล่า

    ฉะนั้นอย่างศรัทธาหรือเชื่อใจใครมากเกินไป เพราะในความเป็นจริง

    ไม่เคยมีใครสามารถรักคนอื่นได้มากกว่าตัวเองหรอก เว้นเสียแต่ว่า คนคนนั้นจะโกหก...

     

    คนเราไม่ว่าจะเกิดมาจากพื้นฐานอย่างไร ก็ไม่สำคัญเท่าสิ่งที่เราเป็นอยู่

    แม้ในวันนี้ เราจะเลือกเกิดไม่ได้ แต่สิ่งที่เราเลือกได้คือปัจจุบันที่อยู่ในมือตอนนี้

    พยายามอย่ายอมให้อดีตอันปวดร้าวมาทำร้าย หรืออย่ามัวแต่คิดถึงอดีตที่เคยหอมหวาน

    จนไม่ยอมคิดหรือมองถึงปัจจุบันที่กำลังเผชิญอยู่ อย่ามัวยึดติดกับเรื่องราวในอดีต

    อย่ากังวลกับเรื่องของอนาคต จนลืมว่า ปัจจุบันคุณจะต้องทำอะไร? …

    ◕‿◕

     

     
     
     
    04 december

    ความผูกและความเคยชิน ต่างกันมั้ย ?

                            ความผูกและความเคยชิน ต่างกันมั้ย ?

                            ใครที่ผูกนาฬิกาบ่อยๆ จนติด

                            คงจะรู้สึกได้ในวันที่นาฬิกาหายไปจากข้อมือ
                            ฉันเองก็เป็นคนที่ผูกนาฬิกามาตลอด
                            หากวันไหนลืมจะรู้สึกว่าบางอย่างมันหายไป
                            มันว่างๆ และขัดเขินทุกครั้งที่ยกข้อมือที่ว่างเปล่าขึ้นมาดู 


                            เมื่อราวสองปีก่อนที่นาฬิกาเรือนโปรดของฉันพัง

                            ด้วยความไม่มีสติเอาข้อมือไปทุบผนังห้องน้ำเล่นๆ
                            โชคร้ายที่มือไม่เป็นอะไร นาฬิกาต่างหากที่พินาศ – กระจกร้าว
                            ฉันถอดมันออกวางไว้ไม่ยอมเอาไปซ่อม
                            ด้วยว่ารู้สึกถึงภาพเก่าและวันเวลาที่เก็บอยู่ในนั้น
                            ฉันคิดโง่ๆ ว่าภาพเหล่านั้นจะตายไปพร้อมนาฬิกา
                            ฉันเลิกผูกนาฬิกา

                            และพบว่าตัวเองมีอาการยกข้อมือเก้อ-เก้ออยู่เป็นเวลานานพอดู

                            ความเคยชินเกิดขึ้น
                            เมื่อเราทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นประจำในระยะเวลานานพอควร
                            และยังคงความเคยชินอยู่
                            เมื่อสิ่งหนึ่งสิ่งนั้นหายไปในระยะแรกๆ
                            จนเวลาผ่านไปนาน

                            ฉันจึงเริ่มชินกับการแอบมองเข็มนาฬิกาบนข้อมือคนอื่น

                            เวลาผ่านไป พร้อมกับบาดแผลที่เริ่มเลือนหาย

                            ฉันตัดสินใจซ่อมนาฬิกา
                            นาฬิกาเรือนโปรดเรือนนั้นก็กลับมาอยู่บนข้อมือฉันได้เกือบอาทิตย์กว่าแล้ว
                            เมื่อมันกลับมาวันแรกๆ ฉันรู้สึกไม่คุ้น

                            จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่คุ้น

                            ฉันยังแอบมองนาฬิกาบนข้อมือคนอื่นอยู่เหมือนเดิม
                            ฉันรู้สึกเขินแกมขำทุกครั้งที่แอบมองข้อมือคนอื่น
                            ทั้งๆ ที่มีนาฬิกาอยู่บนข้อมือของตัวเอง

                            ฉันนึกถึงใครบางคนที่มักจะปรากฏตัวพร้อมรอยยิ้มเสมอๆ

                            ในบางช่วงที่เขาหายหน้าหายเสียงไป
                            ฉันรู้สึกขาดๆ แต่ก็เพียงชั่วเวลาสั้นๆ
                            ในบางครั้งฉันพอใจที่มีเขาอยู่ใกล้ๆ ในวันที่ไม่แข็งแรง

                            แต่ในบางครั้งฉันกลับรู้สึกพอใจ

                            กับการได้เดินคนเดียว-เดี่ยว-เดี่ยวในวันว่าง
                            หรือเป็นความผูกพัน หรือเป็นเพียงความเคยชิน

                            หัวใจฉันยังตอบคำถามได้ไม่กระจ่างชัดนัก
                            “คนเราจะรู้ค่าก็ต่อเมื่อเราสูญเสียสิ่งนั้นไป”

                            ฉันมักได้ยินใครๆพูด
                            แต่ฉันกลับคิดว่าหากฉันยังมองไม่เห็น
                            ฉันน่าจะยอมเสียไปดีกว่าเพื่อให้ซึ้งถึงคุณค่านั้น

                            ฉันไม่อยากเอาเปรียบเขา

                            หากจะรั้งเขาไว้ด้วยความคุ้นเคยที่ไม่ใช่ความผูกพัน
                            ฉันไม่อยากโกหกตัวเอง
                            หากจะรั้งเขาไว้ด้วยความไม่แน่ชัด
                            ฉันมีคำถามที่ยังขบไม่แตกกับคำว่า

                            ผูกพัน หรือว่าจะเป็นแค่คุ้นเคย

                            บางทีมันอาจจะเป็นการดี
                            หากฉันจะอยู่ห่างหรือตัดขาด
                            เพื่อให้รู้จักหัวใจของตัวเองมากขึ้น

                            กับใครบางคนที่ขาดหายไปจากชีวิต

                            อาจเป็นเหมือนนาฬิกาที่ขาดสาย
                            อาจรู้สึกแปลบๆ และมองหากับการหายไปในช่วงแรก
                            แต่ไม่นาน….คงจะชิน







    23 november

    รักได้ เจ็บได้ หายได้...ตายไม่ได้

     
     
    ~ รักได้ เจ็บได้ หายได้...ตายไม่ได้ ~
     
    รักก็บอกว่ารัก
    ...อยู่ก็คืออยู่...
    ไปคือไป...
    ปล่อยคือปล่อย...
    เมื่อเราชัดเจนและไม่สับสน
    เราก็ยิ้มและรักได้เสมอๆ
    แม้ต้องเป็นเพื่อนกัน
     
    ...แต่ถ้าหากฉันไม่สามารถเป็นคนรักของเธอได้
    ฉันไม่ขอเป็นใครเลยในชีวิตเธอ...
     
     
    27 maart

    หวง และ ห่วง

    Image Hosted by ImageShack.us

     

    "หวง" คือ การทำให้ตัวคุณเองมีความสุข

    "ห่วง" คือ การทำให้คนที่คุณรักมีความสุข

    "หวง" คือ การผูกมัดคนที่คุณรักไว้ด้วยกาย

    "ห่วง" คือ การผูกมัดคนที่คุณรักไว้ด้วยใจ

    "หวง" คือ การเห็นแก่ตัว

    "ห่วง" คือ การเสียสละ

    "หวง" คือ การที่คุณให้เขาทำอะไรในกรอบของคุณ

    "ห่วง" คือ การที่คุณให้เขาทำอะไรในกรอบของเขา

    "หวง" คือ ประโยคคำสั่ง

    "ห่วง" คือ ประโยคขอร้อง

    "หวง" คือ คุณรักเขาและต้องการให้เขารักคุณ

    "ห่วง" คือ คุณรักเขาแต่ไม่ต้องการให้เขารักคุณ

    "หวง" คือ สิ่งที่คุณทำแล้วเกิดความทุกข์ใจ

    "ห่วง" คือ สิ่งที่คุณทำแล้วเกิดความสุขใจ

    "หวง" คือ การทำสิ่งที่ไร้สาระเพื่อให้เขาต้องอยู่กับคุณ

    "ห่วง" คือ การทำสิ่งมีสาระที่ไม่ต้องการให้เขาอยู่กับคุณ

    "หวง" คือ การออกไปเต้นแร้งเต้นกา

    "ห่วง" คือ การอยู่เฉยๆ นั่งมองเพียงเงียบๆ

    "หวง" คือ การบังคับขู่เข็ญโดยเขาไม่เต็มใจ

    "ห่วง" คือ การปล่อยให้เขาได้ทำในสิ่งที่เขาพอใจ

    "หวง" คือ ความรักที่จอมปลอม

    "ห่วง" คือ ความรักแท้จริง

    และ............

    "หวง" คือ การที่คุณหลอกตัวเองว่าเขารักคุณ

    "ห่วง" คือ การที่คุณหลอกตัวเองว่าเขาไม่รักคุณ

    09 februari

    Life & Love

    รักไม่ช่วยอะไร
    ..........................
     
    รอเธอ รอจะพบเธอมาตั้งหลายวัน
    รอเธอ เพื่อจะพูดกันเรื่องที่ค้างคา
    ขอบคุณอีกครั้งที่วันนี้เสียเวลามา
    ก็เข้าเรื่องเลยนะ บอกลากันซะทีจะดีมั้ย
     
    ยื้อก็เหมือนเราจะยิ่งเหนื่อย
    รักไม่ช่วยอะไรเลย
    ฉันไม่ยอมเปลี่ยนเธอไม่ยอมเปลี่ยน
    ยังคงทำตัวเหมือนเคยๆ
    ปรับความเข้าใจกันไปมันก็ซ้ำเก่า
    ทั้งๆ ที่รักกันแต่เราเข้ากันไม่ได้เลย
    เมื่อเราต่างไม่เคยจะยอมลดก็ควรจะลา

    ใจจริง ก็ยังเสียใจ และก็เสียดาย
    เธอเองคงจะเสียใจคงไม่แพ้กัน
    แต่ว่าอย่างน้อยก็เคยใช้ชีวิตร่วมกัน
    จะเก็บในใจฉันว่าเราเคยรักกันมากแค่ไหน

    ยื้อก็เหมือนเราจะยิ่งเหนื่อย
    รักไม่ช่วยอะไรเลย
    ฉันไม่ยอมเปลี่ยนเธอไม่ยอมเปลี่ยน
    ยังคงทำตัวเหมือนเคยๆ
    ปรับความเข้าใจกันไปมันก็ซ้ำเก่า
    ทั้งๆ ที่รักกันแต่เราเข้ากันไม่ได้เลย
    เมื่อเราต่างไม่เคยจะยอมลดก็ควรจะลา

    ชีวิตเรา เราคืนให้กัน วันที่แสนสุขวันที่แสนเศร้า
    กับเรามันคงเป็นแค่วันวาน
    อะไรที่แล้วมา ขอให้ผ่านไปไม่ติดค้างกัน
    นับตั้งแต่นี้เราเป็นแค่เส้นขนานที่คงไม่มีวันกลับมาเจอ
    .............................
    02 februari

    ~ :, It's mean of heart ,: ~

     ~:ความหมายของหัวใจ:~    

                                                

    เราอาจจะหาความหมายของทุกสิ่งมาตลอดชีวิต แล้ววันหนึ่งเราก็พบว่า 
    เพียงแค่มีบางสิ่ง...ชีวิตก็มีความหมายแล้ว...
     
    มนุษย์เกิดขึ้นมาท่ามกลางความโด่ดเดี่ยว พร้อมด้วยหัวใจคนละ 1 ดวง เมื่อมนุษย์ 2 คน มาพบกันเราจึงเรียนรู้ว่า 1+1 อาจจะยังคงเท่ากับ 1 แต่...ความโด่ดเดี่ยวนั้นหายไป
     
    ที่เล็ก ๆ ขนาดไม่ใหญ่โตไปกว่า กำปั้น ที่ทำให้เราอยู่ร่วมกันบนโลกใบนี้...
    ...อวัยวะ...ที่สะกดด้วยอักษรง่ายๆ ใช้แทนคำว่า..."รัก"...ได้เป็นอย่างดี
     
    ความรัก    ที่ประทับใจ ขอเก็บไว้ในใจ และอมยิ้มนะ
     
    ความรัก    ที่ไม่ประทับใจ ขอเก็บไว้เป็นประสบการณ์
     
    ความรัก    ที่ทำเพื่อผู้อื่น เป็นความภูมิใจแบบเก็บไว้เอง
     
    ความรัก    ที่ทำเพื่อตัวเองนั้น ไม่เรียกว่า รัก
     
    ความรัก    ที่คุณเจอในอดีต ขอให้เป็นความทรงจำที่แสนดี
     
    ความรัก    ที่คุณเจอในปัจจุบัน ขอให้สมหวังกันทุกคน
     
    ความรัก    ที่คุณจะเจอในอนาคต ขอให้อธิษฐานกันเอาเองนะ
     
    "ถ้าอ๊อกซิเจนทำชีวิตนี้ดำรงอยู่ได้ ความรักก็ทำให้การมีชีวิตนั้นมีความหมายมากยิ่งขึ้น"
                                   
                                                        Image Hosted by ImageShack.us...................................................Image Hosted by ImageShack.us
    05 januari

    ~ อื้ม...LoVe LiMiT ~


     
    เคยสงสัยมั้ยว่าคนเราจะสามารถรักกันไปอีกนานเท่าไหร่ ความรักของเรากับใครก็ตาม มันจะยืดไปอีกนานเท่าไหร่ เหมือนที่หนังเรื่อง The Mexican ได้ให้เราคิดว่า คนที่เรารักน่ะ เราอยู่กับเค้า ใช้ขีวิตกับเค้า แต่เราก็ทะเลาะกับเค้าอยู่ตลอดเวลา เราจะรู้ได้ยังไงว่าเมื่อไหร่คือ จุดสิ้นสุด หรือ enough is enough
     
    สำหรับเราเราชอบฉากนี้ในเรื่องมาก เพราะคำตอบมันตรงกับใจเรา ที่คิดอยู่ คำตอบก็คือ never หรือ ไม่มีคำว่าพอ หรือสิ้นสุดหรอก เพราะอะไรรู้มั้ย เราคิดว่า คนเราเมื่อรักใครแล้ว เค้าจะพยายามที่จะเรียนรู้ชีวิต ความคิด ความเป็นอยู่ของคนที่รักให้มากที่สุด มันไม่ใข่การก้าวก่ายหรือเป็นพฤติกรรมที่น่ารำคาญหรอก แต่เป็นการกระทำเพราะความรักต่างหาก เมื่อเรารักใครแล้ว เราอยากเรียนรู้เรื่องต่างๆ ของเค้า เพื่ออะไร เพื่อที่เราจะได้รับรู้ว่า อะไรที่จะทำให้เค้ามีความสุข เพราะความรักคือการทำให้คนที่เรารักมีความสุขไม่ใช่หรอ
     
    หลายๆ คนมักจะมีนิยามความรักที่แตกต่างกันออกไป ส่วนตัวเราเอง มันไม่ใช่นิยามหรอก แต่มันเป็นอะไรที่เราค้นพบเองต่างหาก เราได้ค้นพบว่า ความรักคือการเรียนรู้ คือการอดทนที่พยายามที่จะเรียนรู้ คือการไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของกันและกันจนมากเกินไป แต่ไม่ได้หมายความว่า การถามไถ่ว่า วันนี้เป็นไงบ้างคะ เป็นการละเมืดเรื่องส่วนตัวนะ แต่เรื่องนี้มันขึ้นอยู่กับคนด้วยล่ะ ก็อยากที่เราบอกน่ะแหล่ะ คนแต่ละคนมันไม่เหมือนกันหรอก
     

    ความรักคือการเสียสละ เสียสละได้แม้กระทั่งความสุขของตัวเอง แต่ถ้าคนฉลาดพอ ควรจะรู้ว่าอะไรที่มันพอดีกับตัวเอง อย่าทำร้ายตัวเอง เพื่อคนที่เรารัก เพราะอย่างงั้นเค้าจะเรียกว่า โง่ บ้า สิ่งสำคัญที่เราค้นพบ และทำให้เรายังรักคนคนนึงอยู่ถึงแม้ว่ามันจะผ่านมานานมากแล้ว ก็คือ การที่เรายอมรับตัวตนที่เค้าเป็น สิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก คนเรามักจะมีสิ่งที่ดีและไม่ดีปนกันไปในชีวิต ความรักจะอยู่ตลอดกาลถ้าเรายอมรับตัวตนที่แท้จรืงของเค้าให้ได้ ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าเราควรจะหน้ามือตามัว เค้าเลวยังไงก็ต้องรับให้ได้ ไม่ใช่ สิ่งที่เราพยายามจะบอกก็คือ บางทีที่หลายคนมองว่าเค้าไม่ดี เค้าเลว สำหรับเรามันอาจจะเป็นข้อดีของเค้าก็ได้ คงไม่ต้องยกตัวอย่างหรอก ลองไปคิดกันเอาเองแล้วกันว่า ที่เราทะเลาะกับคนที่เรารักบ่อยๆ หรืองอนกันบ่อยๆ หรือมักจะพูดกันว่า เราคงเข้ากันไม่ได้หรอก เราต่างกันเกินไปน่ะ มันจริงหรือ หลายคู่มักจะมีการทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่เป็นประจำ แล้วมักจะสรุปว่า เราสองคน ไม่สามารถเข้ากันได้..............ลองไปคิดดูดีๆ พยายามทบทวนสิ่งต่างๆ ที่เราได้ทำลงไป มันจริงหรอ มันทนไม่ได้ขนาดนั้นเลยหรอ

    มันแย่มากหรือ


    ทั้งหมดเราแค่คิดไปเองฝ่ายเดียว ทั้งหมดที่พูดมานี้ ใช้ได้กับความรักทุกแบบ ไม่จำเป็นจะต้องเป็นความรักแบบคู่รักเสมอไป กับเพื่อนก็เช่นกัน พยายามเรียนรู้ถึงตัวของเพื่อนเรา ต่างคนต่างเรียนรู้ซึ่งกันและกัน แล้วเราก็จะยอมรับกันในที่สุด เราว่าคนเรามันไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่หรอก ถ้าคนเราพยายามเปิดใจให้กว้างมากขึ้น หัดยอมรับอะไรให้ง่ายขึ้นนะ สิ่งดีๆ มันก็จะเกิดขึ้นเองล่ะ ไม่ต้องไปพยายามหรอก หรือคุณว่าไง?

    01 december

    DaDy DaY

    พ่อ-ของ-ฉัน


     


     



     


     


    ความรักที่ยิ่งใหญ่


    เกินกว่าสิ่งใดในทั่วหล้า


    ก็คือความรักที่พ่อมอบให้ฉันมา


    แทนความห่วงหาและความห่วงใย


     


     



     


     


    ความรักบนโลกใบนี้


    ที่ฉันมีให้ใครต่อใครนั้นมากมาย


    แต่ว่าความรักของฉันในตอนแรกและในตอนสุดท้าย


    คนที่ได้จากฉันไป...ก็คือพ่อ...ของฉันเอง


     


     



     


     


    ฉันเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้


    ก็เพราะพ่อคนนี้ไงที่คอยดูแลฉัน


    หมั่นคอยห่วงใยและคอยเอาใจใส่ฉันอยู่ทุกวี่ทุกวัน


    จนทำให้คนอย่างฉันที่ไม่เคยคิดว่าจะมีวันที่ฉันนั้นจะได้ดี


     


     


    Adotada no VICKYS.com.br


     


     


    ขอบคุณที่พ่อไม่เคยห่างหายไปไหน


    ยังคงอยู่ใกล้ๆกับลูกสาวทโมนๆคนนี้


    ลูกสัญญาว่าจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีๆ


    จะไม่ให้พ่อของฉันคนนี้ต้องลำบากใจ


     


     


     


     

    Thanks 'Loma'

     
    *