Perfil de Mui Mui~ nOo MuI ~FotosBlogListasMás ![]() | Ayuda |
~ nOo MuI ~...There are no regrets in life, just lessons... |
|||||
|
08 enero :: คำคืนที่เหน็บหนาว :::: ::
คืนวันที่ 1 ม.ค. 2551 หลังจากที่กลับบ้านเพื่อฉลองวันปีใหม่แล้ว เราก็ได้เดินทางกลับเข้าเมืองหลวงกัน
ในคืนวันนั้น เวลา 21.30 น. กะจะนอนบนรถทัวร์ให้เต็มอิ่มเพื่อที่วันรุ่งขึ้นเมื่อถึงกรุงเทพฯ จะได้ไปทำงานด้วยความสดชื่น
แต่คืนวันเดี่ยวกันนี้ เป็นคืนที่รู้สึกว่าหนาวที่สุดคืนหนึ่งก็ว่าได้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ยิ่งดึกก็ยิ่งหนาว ไม่ใช่หนาวเพราะแอร์บนรถทัวร์
แต่มันรู้สึกหนาวใจ กะจะนอนหลับให้สบายก็ต้องหลับๆ ตื่นๆ มันหวิวๆ ยังไงบอกไม่ถูก แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากมาย คิดแค่ขอให้คนขับรถขับดีดีระมัดระวังเป็นพอ
จนกระทังเมื่อรถถึงสถานีขนส่งหมอชิตใหม่รุ่งเช้าวันที่ 2 ม.ค. 2551เมื่อเวลาประมาณ ตี 5 ครึ่ง เรากับน้อง ก็หาทางที่จะกลับห้องพัก
แต่รุ่งเช้าวันนั้น อะไรๆ มันดูไม่ได้ดั่งใจไปหมด รถ taxi ไม่มีเข้ามารอรับผู้โดยสารสักคัน รอแล้วรอเล่าก็ไม่มี (คนเยอะด้วยแหละ แย่งกันขึ้นยังกะของมีค่าซะ)
ในที่สุดก็ชวนกันไปขึ้นรถเมย์ เดินลากกระเป๋าหนักๆ 2 ใบไปที่ท่าขึ้นรถเมย์
ไปถึงรถสายที่เราจะขึ้นก็เข้ามาพอดีจึงได้ขึ้นไปนั่ง แล้วก็ฟังวิทยุที่ทางพนักงานขับรถเปิดไว้ให้ฟังฟังไปเรื่อยๆ ก็เข้าสู่ช่วงข่าวภาคเช้า (คงประมาณ 6 โมงเช้าแล้วหล่ะ)
ข่าวร้ายแรงที่ได้ยิน เป็นข่าว ประกาศจากสำนังพระราชวัง ในใจเราคิดว่าคงเป็นข่าวอาการประชวรของพระพี่นาง ที่ทางสำนักพระราชวังมีประกาศออกมาทุกๆ วัน
แต่ก็เอ๊ะใจว่าทำไมถึงได้มีประกาศแต่เช้าตรู แต่ข่าวประกาศกลับกลายเป็นข่าวที่คนไทยทั้งชาติ ไม่อยากที่จะได้รับฟังเลย...
...............................................................................................................................
ประกาศสำนังพระราชวัง เรื่องสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สิ้นพระชนม์
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้เสด็จประทับรักษาพระอาการประชวร ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2550 ตามที่สำนักพระราชวังได้แถลงให้ทราบเป็นระยะแล้วนั้น
แม้คณะแพทย์ได้ถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดจนสุดความสามารถ พระอาการประชวรได้ทรุดลงตามลำดับ และสิ้นพระชนม์เมื่อเวลา 02.54 น. วันที่ 2 มกราคม 2551 รวมพระชันษา 84 ปี
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สำนักพระราชวังจัดการพระศพ ถวายพระเกียรติสูงสุดตามราชประเพณี ประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าทูลละอองธุลีพระบาทในราชสำนักไว้ทุกข์ถวายมีกำหนด 100 วัน ตั้งแต่วันสิ้นพระชนม์เป็นต้นไป อนึ่ง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายน้ำสรงพระศพหน้าพระฉายาลักษณ์ ซึ่งประดิษฐาน ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 13.00-16.00 น. วันพุธที่ 2 ม.ค.2551
สำนักพระราชวัง 2 มกราคม พุทธศักราช 2551 ........................................................................................................................................
เช้าวันนั้นจะเป็นเช้าที่ไม่สามารถลืมได้ไปตลอดชีวิตของเรา เป็นเช้าที่เศร้าใจที่สุด แม้อากาศจะหนาวเย็นแค่ไหน ก็ไม่เท่าข้างในใจที่รู้สึกหนาวเหน็บยิ่งกว่า
แล้วก็นั่งเงียบไปตลอดทาง ไม่กล้าที่จะร้องไห้ออกมา นั่นสิ ทำไมถึงไม่กล้าที่จะร้องไห้ออกมา แต่เมื่อกลับถึงห้องตอนอาบน้ำเปลี่ยนชุด
ก็ร้องเงียบๆ คนเดียว แล้วก็ทำใจยอมรับว่า พระองค์ทรงสิ้นพระชนแล้วจริงๆ ไม่ใช่ฝัน แล้วต่อแต่นี้ไป จะเป็นอย่างไร คนที่เราคิดถึงมากที่สุด
คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์จะทรงเป็นอย่างไร เราซึ่งเป็นประชาชนของพระองค์ยังรู้สึกเศร้าขนาดนี้
แล้วพระองค์หล่ะ จะทรงเศร้าพระทัยขนาดไหน เพราะทั้งสองพระองค์เท่าที่รู้ทรงเป็นพี่น้องที่รักกันสนิทกันมาก
และก็ได้แต่ภาวนาให้พระองค์ทรงเข็มแข็ง...ขอให้ดวงพระวิญญาณของ สมเด็จพระพี่นางฯ ทรงช่วยคุ้มครอง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
รวมทั้งพระสยามเทวาธิราช เราทำได้เท่านี้ ณ เวลานั้น
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
...เชิญเสด็จสู่สถานวิมานฟ้า...
พระจากฟ้าเสด็จมายังพื้นโลก ดับวิปโยคร้อนรนชนประสงค์
ราชขัติยนารีจักรีวงศ์ เจริญพระองค์งามยิ่งพระจริยา
บัดนี้พระเสด็จคืนสู่แดนสรวง ครรไล่ล่วงแดนดาวดึงส์ไตรตรึงสา
ทั้งแผ่นดินเทวษท้นพ้นพรรณนา ชาวประชาจะหม่นเศร้าเหงาเงียบงัน
เชิญเสด็จสู่สถานวิมานฟ้า ขอพระสู่มรรคาแดนสวรรค์
เสวยสุขศรีพิมานกาญจนพรรณ พระสถิตสรวงนั้นนิรันดร์เทอญ..
จาก...www.hrh84yrs.org
:: :: 12 octubre วันนี้ เราทำอะไรเพื่อ "ในหลวง" หรือยัง?"บัญเอิญไปเจอข้อความจาก website เลยอยากเอามาเผยแพร่ เผื่อว่าบางคนยังไม่เคยอ่าน"
อ่านแล้วอยากให้ลองคิดดูค่ะ
ที่ผ่านมา ข่าว คนไทย ใส่ เสื้อเหลือง สวม สายรัดข้อมือ เพื่อแสดงความจงรักภักดีแด่ ในหลวง พระเจ้าอยู่หัว
ขณะเดียวกัน เราเรียกร้อง ประชาธิปไตย เรากำลังฆ่ากันเองทุกวัน เราสร้าง กฎ หมู่เหนือ กฎหมาย เราแตกแยกกัน
แต่เคยหยุดคิดกันบ้างไหมว่า พ่อหลวง พระมหากษัตริย์ จะทรงเสียพระทัยเพียงใด กษัตริย์ แห่ง ราชวงศ์จักรี จะทรงเหนื่อยเพียงใด
เราได้แสดงให้โลกได้เห็นว่ามีประเทศเล็กๆ ประเทศหนึ่ง .. ที่คนทั้งชาติยังซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อราชวงศ์จักรีและพระมหากษัตริย์อันทรงเป็นที่รักยิ่งของคนไทย สิบสองปีที่ผ่านมา...... เรายังจำรูปในหนังสือพิมพ์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมพระราชชนนีไม่กี่วันหลังจากการผ่าตัดใหญ่ถวาย ..พระหัตถ์ข้างหนึ่งกุมอยู่ที่พระอุระและในพระหัตถ์อีกข้างหนึ่งทรงถือม้วนแผนที่กรุงเทพฯ เพราะน้ำกำลังท่วมกรุงอยู่ ยังจำกันได้ไหม ? 34 ปีที่ผ่านมา..... คืนนั้น สถานีโทรทัศน์ทุกช่องถ่ายทอดสดจากพระราชวังสวนจิตรลดา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสกันคนไทยทุกคนว่า “ คนไทยจะฆ่าคนไทยด้วยกันไม่ได้ ทุกอย่างต้องสงบโดยฉับพลัน ”
... ผมไม่ได้ตอบ .. แต่ตอนนั้นใจผมคิดถึงประโยคที่ มรว. คึกฤทธิ์ ปราโมชฯ ได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ BBC ว่าพระองค์ทรงเป็น "SOUL OF THE NATION" หรือ “ จิตวิญญาณของคนไทยทั้งชาติ ”
80 ชันษาของพระองค์ท่าน ม่สมควรที่จะตรากตรำทำงานหนัก หรือกระทบกระเทือนใจแต่อย่างใด แต่กลับเป็นว่า ในปีที่ครบ 80 ชันษาของพระองค์ ท่านยังต้องทรงงานอยู่ตลอดเวลา ทั้งๆ ที่ทรงต้องอยู่ภายใต้การถวายการดูแลของคณะแพทย์ พระองค์ต้องรับทุกข์ของคนไทยทั้งชาติ ความสุขของพระมหากษัตริย์พระองค์นี้ หากแต่ความสุขของพระมหากษัตริย์พระองค์นี้คือ แล้ววันนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่ ? หรือนี่คือการแสดงความกตัญูกตเวทีต่อพระมหากษัตริย์ของเรา ? ............................................................................................................................................................................................. 31 agosto เข้มแข็งเข้าไว้นะ21 junio Impacto_Daddy Yankee Ft. Fergie24 abril >>.:.ความรัก รึความผูกพัน.:.<<
...วันนี้คุณอาจรู้สึกผูกพันต่อใครคนหนึ่ง หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จนคิดว่าขาดเขาหรือสิ่งนั้นไม่ได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป คุณจะรู้ว่าสิ่งที่รู้สึกผูกพันในวันนี้ ที่แท้มันก็แค่ส่วนหนึ่งที่เข้ามาเติมชีวิตชีวาเรา ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต
ในวันข้างหน้า เกิดมีสิ่งที่ถูกใจสิ่งใหม่ที่ทำคุณพึงพอใจ ปราถนา ต้องการที่จะครอบครอง คุณก็จะเริ่มผูกพันกับสิ่งหใม่ได้ในเวลาไม่นานนัก เพราะเวลาจะสอนคุณเองว่าความผูกพันกับสิ่งใดๆ ในช่วงเวลาหนึ่ง จะเป็นความสุขในช่วงนั้นๆ พยายามอย่าไปยึดติด อย่าได้ไปใช้ชีวิตทั้งชีวิตลุ่มหลง แต่ขอให้คุณคิดเสียว่า คุณโชคดี ที่มีโอกาสได้ผูกพันกับสิ่งที่คุณ "รัก" ความผูกพันก็เหมือนกับความรัก หรืออาจจะเป็นความผูกพันที่มาจากความรัก หากคุณรักใครคนหนึ่งมากๆ จนรู้สึกเหมือนว่าผูกพันกับคนๆ นั้น ซึ่งความผูกพันที่ว่า ไม่ได้หมายถึงการหยุดตัวเองไว้กับสิ่งนั้นๆ เพราะคนเราทุกคนย่อมมีความผูกพันกับสิ่งหลายๆ สิ่ง เปรียบเสมือน คุณมีแก้วน้ำอยู่หนึ่งใบ ตอนเช้าคุณอาจใช้แก้วใบนี้ดื่มนม พออากาศร้อนหน่อย คุณอาจต้องการน้ำเย็นๆ บางครั้งไม่สบาย คุณก็ต้องการน้ำอุ่น ใจคนเราก็เหมือนกับแก้วน้ำ ที่ต้องเติมสิ่งต่างๆ ในเวลาที่แตกต่างกันตามความเหมาะสม หากเราเติมน้ำเย็นลงไปในแก้ว แล้วเติมน้ำร้อนลงไปในแก้วใบเดียวกันทันที แก้วใบนั้นก็จะร้าว และในที่สุดก็เริ่มแตก การที่คนเราจะรู้สึกผูกพันต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องผิด แต่คุณต้องค่อยๆ ปรับตัว ปรับใจของคุณ ให้กลับคืนในเวลาที่ควร เพราะอย่างน้อยก็ถือว่า คุณได้มีโอกาสได้รักได้ผูกพัน ถ้าคุณมีความสุขที่เห็นเขาเดินกับคนอื่น คือ ความรักถ้าคุณเศร้า เหงา คิดถึงเขา อยากเจอ อยากพูดคุย คือ ความรักถ้าคุณร้อนรนที่เขาอยู่กับใครๆ ที่ไม่ใช่คุณ คือ ความใคร่ อยากเก็บไว้เป็นเจ้าของคนเดียวถ้าคุณเมามาย เขาลูบหลัง คอยดูแล คือ ความรักที่บริสุทธิ์ใจถ้าคุณเมา เขากอด และสัมผัสร่างกาย คือ ความใคร่ถ้าคุณเข้าหาแต่เขาวิ่งหนี คือ ความใคร่ ที่หมดเยื่อใยแต่ถ้าคุณหนี แล้วเขาวิ่งตามมา คือ ความรัก ที่ยังไม่มีจุดจบถ้าคุณร้องไห้ให้กับคนที่ไม่มีเยื่อใยในตัวคุณ คุณคือ คนโง่ และบ้าอย่างน่าอายแต่ถ้าคุณพอใจ จงรัก และมอบความรักให้กับเขา แม้มันจะไม่กลับมาหาคุณก็ตาม
จงดีใจที่ได้ รัก ซะวันนี้ ดีกว่าที่จะมานั่งเสียใจในวันหน้า จงภูมิใจที่มีความใคร่ เสน่หา เพราะมันจะไม่ย้อนกลับมาหาอีกต่อไป |
||||
|
|